Showing posts with label เมารถเมาเรือ. Show all posts
Showing posts with label เมารถเมาเรือ. Show all posts

Sunday, May 26, 2013

8 วิธีแก้เมารถ ง่ายๆ

สำหรับบางคน ไปเที่ยวแล้วเมาเหล้า ไม่เศร้าเท่าเมารถ! อาการเมารถ หรือ เมาเรือ เกิดจากประสาทการทรงตัวไม่สมดุล เนื่องจากได้รับแรงกระตุ้นมากเกินไป เช่น นั่งรถที่สะเทือนนานเกินไป หรือเรือที่โยนไปมาตามลูกคลื่น จนไปกระตุ้นประสาทการทรงตัวของเรา คนที่มีประสาทการทรงตัวปกติจะไม่รู้สึกอะไร แต่สำหรับบางคน ประสาทการทรงตัวอาจไวเป็นพิเศษ จึงเวียนศีรษะง่าย และมักมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ตามมา ไม่อยากโดนบ่อนทำลายความสนุกด้วยอาการวิงเวียน รู้ไว้ 8 วิธีแก้เมารถ !!

วิธีแก้เมารถ 1 : อย่าก้มหน้า อาเจียนจะถามถึง
หากต้องนั่งรถทางไกล เงยหน้าเท่านั้น มองระยะไกลเข้าไว้ อย่าก้มหน้าอ่านหนังสือ หรือเล่นเกมส์เด็ดขาด เพราะการก้มหน้าจะทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อย เป็นที่มาของอาการคลื่นไส้ วิงเวียน และอาเจียนจะตามมาในที่สุด

วิธีแก้เมารถ 2 : ยืดเส้นยืดสาย สลายอาการวิงเวียน
ถ้าเป็นไปได้ ลงจากรถเพื่อยืดเส้นยืดสายซะบ้าง ไม่ควรนั่งรถนานถึงสิบชั่วโมงรวด ถ้ารถแวะจอดที่ปั๊ม ให้ใช้โอกาสนี้ออกกำลังแขนขา เปลี่ยนอิริยาบถ เพื่อช่วยให้เลือดลมไหลเวียนสะดวกขึ้น
วิธีแก้เมารถ 3 : พริ้วไหวไปนั่งหน้า
ไม่เซียนจริง อย่านั่งท้าย เพราะเวลารถเหวี่ยง กระเด้งกระดอน จะโค้งหักแขน หักศอก ส่วนท้ายจะได้รับผลกระทบมากกว่าส่วนไหนๆ ขืนฝืนนั่งไป อาหารที่ทานไว้จะขึ้นมาจ่อคอหอย เพราะฉะนั้นขึ้นรถอย่ารอช้า กระโดดช่วงชิงเบาะหน้า ไม่วิงเวียน ไม่อาเจียน สบายละ!

วิธีแก้เมารถ 4 : จะเดินทาง อย่าตะกละ
หากรู้ว่าต้องเดินทางไกล กินพอให้อยู่ได้ไม่หิว ถ้ามัวห่วงว่าจะหิวโฮก รับรองได้โอ้กกันเต็มคันรถ เพราะการทานอิ่มเกินไป โดยเฉพาะอาหารรสจัด อาหารมันๆ จะทำให้ยิ่งรู้สึกคลื่นไส้มากขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ทานเลยนะ เพราะที่จริงแล้ว ยิ่งท้องว่าง ก็จะทำให้เมารถเร็วยิ่งขึ้น
วิธีแก้เมารถ 5 : ระบายอากาศเป็นครั้งคราว
ถ้าภายในรถ ที่นั่งค่อนข้างแออัด ควรเปิดหน้าต่างบ้าง ให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก พัดเอาลมข้างนอกเข้ามาในตัวรถ เพราะออกซิเจนจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง ลดอาการวิงเวียนได้เป็นอย่างดี
วิธีแก้เมารถ 6 : ลองใช้วิทยายุทธ กดจุดที่ข้อมือ
การกดจุด โดยใช้นิ้วมือนวดวนๆ ที่ข้อมือด้านใน บริเวณใกล้กับที่จับชีพจร วิธีนี้ยังไม่มีผลพิสูจน์ทางการแพทย์ แต่ว่ากันว่าหลายคนใช้แล้วได้ผล
วิธีแก้เมารถ 7 : ทานยาก่อนขึ้นรถ
กันไว้ดีกว่าพลาด รับประทานยาแก้เมารถ ก่อนออกเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมง จะช่วยได้มาก แต่ยาจะมีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน ก็คิดซะว่าหลับสักตื่น ฟื้นมาก็ถึงพอดี
วิธีแก้เมารถ 8 : ตั้งสติ ก่อนสตาร์ท
อย่าเครียด คือ วิธีที่ดีที่สุดหากทำได้ ทำตัวตามสบาย ยิ่งวิตกกังวล ยิ่งเมารถง่ายขึ้น ที่สำคัญหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งก่อนและระหว่างการเดินทาง เท่านี้ก็เดินทางสะดวก ปลอดภัย

…………………………………………………..
 8 วิธีแก้เมารถ ง่ายๆ
ที่มา : www.ocpb.go.th

Posted on 10:39 PM by Unknown

No comments

Friday, May 24, 2013

        อาการเมารถ หรือ เมาเรือ เป็นอาการที่เกิดจากระบบการทรงตัวของร่างกาย (Vestibular system) ไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับความเปลี่ยนแปลงท่าทาง หรือการเคลื่อนไหวของศีรษะค่ะ

ปกติระบบการทรงตัวของร่างกาย (Vestibular system) จะทำงานประสานกันโดยรับข้อมูลทางสายตา และ หูชั้นใน (ในรูปด้านบนคือกระดูกหูชั้นในที่เป็นรูปวงแหวน 3 วง = หมายเลข 3) แล้วส่งสัญญาณไปตามเส้นประสาทเข้าสู่สมองน้อย (Cerebellum) ซึ่งเป็นตัวประมวลผลค่ะ

ขณะที่เรานั่งรถหรือเรือ สายตาเราจะเห็นภาพเคลื่อนที่ ศีรษะมีการเคลื่อนไหวไปมา ตามความขรุขระของถนน หรือความแรงของคลื่น ซึ่งส่วนนี้จะรับรู้โดยหูชั้นในที่เป็นวงแหวน ซึ่งถ้าโดยปกติเราไม่ค่อยได้นั่งรถนานๆ ไกลๆ หรือนั่งเรือบ่อยๆ หรือ คลื่นแรงมาก ระบบรับรู้การทรงตัวในหูชั้นในของเราไม่ชินกับสภาพแบบนี้ (ไม่แข็งแรงพอ) ปรับตัวได้ไม่ทัน จึงส่งสัญญาณเข้าสู่สมองได้ไม่ทันกับภาพที่เห็นทางสายตา ทำให้สมองแปรสัญญาณไม่ถูก เกิดเป็นอาการเวียน มึนงงศีรษะค่ะ (อันนี้อธิบายแบบง่ายๆ นะคะ จริงๆ มันซับซ้อนกว่านี้มากค่ะ)

เมื่อระบบสมองมึนงง ก็จะส่งสัญญาณไปที่ระบบประสาทอัตโนมัติ กระตุ้นให้รู้สึกคลื่นไส้ อยากอาเจียน เป็นมากจนอาเจียนได้ เหงื่อออก ตัวเย็น จะเป็นลม เหล่านี้เป็นอาการที่เกิดจากระบบประสาทอัตโนมัติถูกกระตุ้นค่ะ

การแก้ไข

1. การกินยาพวกดรามามีน (Dramamine) เป็นยาที่ไปกดระบบประสาท เหมือนกับเราปิดกั้นการรับรู้ของสมอง ทำให้ง่วงนอน ช่วยลดอาการคลื่นไส้ อาเจียนได้ ถ้าจะให้ได้ผล คือ ควรกินก่อนเริ่มเดินทางประมาณ 15 - 30 นาทีค่ะ

2. ยาอีกกลุ่มที่ใช้ได้ผลดี คือกลุ่ม betahistine ชื่อทางการค้าที่มีในบ้านเราคือ serc, merislon ค่ะ ควรกินก่อนเริ่มเดินทาง 15 - 30 นาทีเช่นกันค่ะ

3. ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางทางรถนานๆ หรือนั่งเรือที่มีคลื่นแรง เช่นในทะเล (แต่ถ้าทำอย่างนั้นได้ คงไม่อยู่ห้องบลูแน่ๆ) แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากต้องนั่งรถพยายามนั่งด้านหน้า หรือเป็นคนขับได้จะดีมาก เพราะด้านหน้ารถ จะถูกเหวี่ยง หรือมีความสั่นสะเทือนน้อยกว่าด้านหลัง การมองวิวด้านหน้า จะช่วยในการปรับตัวขณะรถเคลื่อนที่ แต่ถ้านั่งเรือพยายามนั่งกลางๆ เรือ จะสั่นสะเทือนน้อยกว่าด้านหน้า หลัง หรือข้างๆ (กรณีเรือลำใหญ่พอสมควร)


4. ต้องมีการฝึกระบบประสาทการทรงตัวสม่ำเสมอ เป็นประจำ ในคนที่มีอาการมาก

     วิธีง่ายๆ คือ การนั่งรถระยะสั้น ทางเรียบๆ ไม่โค้งไปมามากๆ บ่อยๆ ก่อน การเดินทางไกล เพื่อให้ระบบประสาทการทรงตัวได้ฝึกปรับสมดุล
    อีกวิธี คือ ฝึกบริหารปรับระบบการทรงตัวด้วยตัวเองที่บ้าน (จริงๆ มีรูปภาพประกอบจากแผ่นพับที่แจกคนไข้ค่ะ แต่ตอนนี้ไม่มีในคอมพ์ จะแอดเพิ่มให้ภายหลังค่ะ) ต้องทำเป็นประจำสม่ำเสมอ จนกว่าอาการเมารถง่ายจะดีขึ้นค่ะ

5. วิธีอื่นๆ เช่น การใช้แผ่นแปะบรรเทาปวด แปะที่สะดือ อย่างที่ความเห็นด้านบนบอก ช่วยได้ในกรณีที่คลื่นไส้ เนื่องจากแผ่นแปะบรรเทาปวด ตัวยาจะซึมเข้าไปที่ใต้ผิวหนังบริเวณท้อง ทำให้กดประสาทการตอบสนองที่อยู่บริเวณท้อง ดังนั้นเมื่อระบบประสาทอัตโนมัติถูกกระตุ้น หลั่งสารมากระตุ้นประสาทที่ท้อง จะถูกบล็อค (ตัดการรับรู้) จากตัวยาที่ซึมเข้ามากดการรับรู้ของประสาท จึงคลื่นไส้น้อยลง หรือไม่คลื่นไส้ค่ะ แต่จะยังคงรู้สึกมึนงง เวียนศีรษะค่ะ

วิธีการฝึกการบริหารการทรงตัวให้ค่ะ

http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2011/10/E11195669/E11195669-18.jpg

http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2011/10/E11195669/E11195669-19.jpg

หวังว่าจะเป็นประโยชน์บ้างนะคะ

Posted on 9:55 AM by Unknown

No comments